*ความแตกต่างระหว่างยาเคมีและยาสมุนไพร

 

ความแตกต่างระหว่างยาเคมีและยาสมุนไพร

มาตรฐานของกาผลิตยานั้นสูงมาก นั่นเป็นเพราะ ยาเป็นสารสกัดที่ เอาเฉพาะฤทธิ์ยาที่ต้องการเดี่ยวๆมาใช้  มีความเข้มข้นสูง ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาเรื่องความปลอดภัยต่อผู้ป่วยอย่างมาก งานวิจัยต้องฆ่าหนูทดลองเป็นจำนวนมาก ผ่าตัดพิสูจน์ความเป็นพิษที่สะสมในตับและใต หาสารพิษตกค้าง หาปริมาณยาที่ก่อให้เกิดอันตราย จนมั่นใจค่อยมาทอลองกับคนได้ และต้องขออนุญาติจากแพทย์สภา งานวิจัยต้องมีการตีพิมพ์ในวารสารดังๆระดับโลก มีการโต้แย้งในระดับผู้เชี่ยวชาญ ยามีคุณแต่ก็มีโทษมหันหากใช้ไม่ถูกต้อง การจะออกยาแต่ละตัวจึงต้องใช้เวลาร่วม 10 ปี และเงินลงทุนที่มากมายก่อนที่จะได้ยาแต่ละตัว การลงทุนที่มหาศาลในการทดลองทำให้ราคาของยาบางตัวนั้นสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวและในบางโรคอย่างเช่น โรคข้อเข่าเสื่อมที่จริงแล้วไม่มียารักษา จำต้องกินยาที่มีราคาสูง หรือการผ่าตัดที่ไม่ทำให้ขายขาดอย่างไม่มีทางเลือก

โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรค NCDs และแพทย์แผนปัจจุบันรู้ดีว่าไม่มียาเคมีตัวใดที่สามารถรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้หายได้ และต้องกินยาไปตลอดชีวิต และส่วนมากเกิดผลเสียข้างเคียงต่อร่างกาย หรือเมื่อกินยาต่อไม่ได้ จำต้องใช้วิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจึงจะหายปวด

การทำ Clinical Trial ในเครื่องดื่มลำไยอินทรีย์ (ชาลำไยสวนในเวียง) จึงไม่ได้สกัดเป็นสารเข้มข้นแบบยา แต่นักวิจัยจึงจาก ม. สุรนารีได้ออกแบบเน้นการทดสอบทางด้านความปลอดภัยเท่าที่แพทย์สภายอมรับได้ ส่วนการศึกษาวิจัยทางด้านการรักษาข้อเข่าเสื่อมจะหนักไปทางด้านผลการรักษา ซึ่งต่างจากการผลิตยาที่ต้องลงลึกไปถึงว่ายาแต่ละตัวนั้นรักษาโรคดั่งกล่างได้อย่างไร  

เครื่องดื่มลำไยอินทรีย์ (ชาลำไย) ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย (ทดสอบพิษเฉียบพลันในหนู) หลังผ่าตัดหนูทดลองไม่พบสิ่งผิดปรกติใดๆ จึงได้รับอนุญาติให้ทดลองกับอาสาสมัครและสามารถวัดผลการรักษาในอาสาสมัครที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง ได้ผลดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเริ่มวางขายในปี 2556 (2013) ทำให้เครื่องดื่มลำไยอินทรีย์ (ชาลำไย) ได้ทดลองกับผู้ป่วยจริง (ลูกค้าที่มีอาการปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อม และเก๊าท์) จำนวนมากที่ดื่มจนอาการปวดข้อเข่าหายไป จึงมีผู้ป่วยจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่หายแล้วแนะนำกันปากต่อปาก

หากมีการส่งเสริมยาหรืออาหารที่สามารถรักษาโรค NCDs ให้หายได้ ประเทศไทยคงจะประหยัดเม็ดเงินจากการนำเข้ายาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบกว่าประเทศในเขตหนาว เพราะประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวะภาพมากมาย มีพืชสมุนไพรเป็นจำนวนมาก หากคนไทยปลูกแบบออแกนิค หรือแม้แค่แบบปลอดสาร สวนในเวียงเชื่อว่าคนไทยจะมีโอกาสกินอาหารให้เป็นยาได้มากกว่า การกินยาจนเป็นอาหารดั่งเช่นในต่างประเทศ

ยาสมุนไพร ถึงแม้จะเป็นการรักษาที่ไม่รวดเร็ว เหมือนยาเคมีเพราะสารออกฤทธิ์ที่รักษาอาการนั้นไม่เข้มข้นเท่า แต่ไม่มีผลข้างเคียงหรือสารตกค้าง และความที่เป็นภูมิปัญญาสะสมกันมาแต่โบราณ