ไหมข้าวโพด ประโยชน์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในต่างแดน!

ไหมข้าวโพด ประโยชน์ที่รู็จักกันอย่างแพร่หลายใน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงประเทศในตะวันตก ไหมข้าวโพดอุดมสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ หากชงเป็นชาดื่มก่อนนอนหรือตอนตื่นเช้าจะสามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ดี และสามารถช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น และช่วยระบบเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น และขับความชื้นส่วนเกินออกจากร่างกายส่งผลในการลดอาการบวมของร่างกาย จึงช่วยลดอาการบวมน้ำในหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร I ไหมข้าวโพดยังมีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะ ช่วยให้ล้างสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดและระบบทางเดินปัสสาวะที่ติดไวรัส ช่วยในเรื่องการขับปัสสาวะ ช่วยขับน้ำดี เหมาะสำหรับใช้รักษาผู้ป่วยโรคไตที่มีอาการบวมน้ำ ดีซ่าน ตับอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ และช่วยลดความดันและน้ำตาลในเลือดด้วย ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไต แต่ไม่สามารถรักษาก้อนนิ่วที่ก่อตัวขึ้นแล้ว ไหมข้าวโพดจึงเป็นทางอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ หาดื่มได้ง่ายๆ ที่นี่กับสวนเกษตรอินทรีย์ สวนในเวียง ติดต่อคุณแพร์ 090-360-0222

12 สรรพคุณของ หัวปลี ขับน้ำนม บำรุงเลือด ช่วยรักษาโรคกระเพาะ

หัวปลีหรือ banana blossomมีสรรพคุณทางยามากมาย นิยมนำมาปรุงอาหารทานดิบและสุกก็ได้ เป็นผักเครื่องเคียงผัดไทย แกงเลียงหัวปลี ยําหัวปลีกุ้งสด ลวกจิ้มนํ้าพริก ทอดมันหัวปลี ปลีกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด มาดูกันเลยว่าปลีกล้วยมีประโยชน์อะไรบ้าง ประโยชน์และสรรพคุณของหัวปลี อุดมไปด้วยแคลเซียมมากกว่ากล้วยสุกถึง 4 เท่าโปรตีนธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซ บีตาแคโรทีน ช่วยบำรุงนํ้านมและเพิ่มคุณค่าสารอาหารในน้ำนมแม่ จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับแม่ลูกอ่อน รักษาโรคกระเพราะอาหารอักเสบแก้ปวดท้อง บำรุงลำไส้ อีกทั้งยังสามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ปลีกล้วยมีธาตุเหล็กจึงเป็นยาบำรุงเลือดแก้ภาวะโลหิตจาง และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น ปลีกล้วยอุดมไปด้วยแคลเซียมจึงช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง และช่วยให้ฟันขาวสะอาดแข็งแรง แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดจึงดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปลีกล้วยมีสารกลุ่มฟีโนลิก เช่น แอนโทไซยานิน เบตา-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ปวดประจำเดือน ยางจากหัวปลีก็ใช้รักษาแผลสดหรือทาบริเวณที่บวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อโรคจึงใช้รักษาอาการติดเชื้อได้ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้นวลเนียน ดูมีน้ำมีนวล ช่วยรักษาแผลในปากให้หายเร็วขึ้น ช่วยแก้ร้อนใน แผลปากเปื่อย

อ่อนเพลียเรื้อรัง ระวังไขมันพอกตับ

ไขมันพอกตับเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ คนอ้วน เป็นเบาหวาน มีไขมันในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง หากปล่อยไว้อาจลุกลามถึงเสียชีวิต ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver) หมายถึง ภาวะที่มีการสะสมของไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ Triglyceride ในเซลล์ตับ กล่าวคือมีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายมากเกินความต้องการจนตับนำไปสร้างเป็นไขมัน (Lipogenesis) ภาวะไขมันพอกตับกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในรายที่มีการอักเสบของตับร่วมด้วยอาจมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เจ็บบริเวณชายโครงด้านขวา เบื่ออาหาร รู้สึกท้องอืด ท้องเฟ้อ คล้ายอาหารไม่ย่อย แน่นท้อง อึดอัดท้อง น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หากปล่อยไว้ไม่รักษาภาวะไขมันพอกตับอาจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลทำให้เกิดภาวะตับแข็งและอาจลุกลามเป็นโรคมะเร็งตับจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในคนปกติระดับน้ำตาลจะถูกควบคุมโดยอินซูลิน (Insulin) ซึ่งผลิตมาจากตับอ่อน (Pancreas) เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้น โดยอินซูลินจะออกฤทธิ์ที่ตับ กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมันเพื่อให้ใช้น้ำตาล ในภาวะที่ดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งอาจจะเกิดจากกรรมพันธุ์ (Genetic Predisposition) หรือจากพฤติกรรม (Imbalance Lifestyle), การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันมากเกินไป […]

Melipona Bee ผึ้งชนิดนี้ไม่มีเหล็กใน ผลิตน้ำหวานโภชนาการสูงที่สุดในโลก

Melipona Bee คือ ชันโรง หรือที่คนไทยเรียกว่า “ผึ้งจิ๋ว” และอีกในนามหนึ่ง คือ Stingless Bee Melipona Bee หรือ ผึ้งจิ๋วนั้น เป็น แมลงผสมเกสรตัวเล็กๆ จัดอยู่ในจำพวกผึ้งแต่ไม่มีเหล็กในเหมือนผึ้ง น้ำผึ้งและเกสรของ Malipona Bee มีราคาแพงกว่าน้ำผึ้งทั่วๆ ไป เนื่องจากเชื่อกันว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า เพราะรังของ Malipona Bee นั้นหายาก และ ให้ปริมาณน้ำผึ้งน้อย Malipona Bee นอกจากจะให้น้ำผึ้งที่มีคุณค่าทางโภชนาการแล้วยังช่วยผสมเกสรพืชต่างๆ ได้เป็นอย่างดี Malipona Bee จริงๆแล้วมีชุกชุมทุกภาคของประเทศไทย และ ช่วยผสมเกสรเพิ่มผลผลิตพืชเศรษฐกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพเพราะ Malipona Bee มีพฤติกรรมการเก็บเกสรดอกไม้ 80 เปอร์เซ็นต์ และเก็บน้ำหวานเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ (ในขณะที่ผึ้งธรรมดามีอัตราส่วนเก็บดอกไม้และน้ำหวาน 50 : 50 เปอร์เซ็นต์) และมีความมั่นคงในการตอมดอกไม้อย่างสม่ำเสมอ การเลี้ยง Malipona Bee หรือ […]

อันตรายจากหญ้าหวาน! 

อันตรายจากหญ้าหวาน!  จากงานวิจัยพบว่า การใช้หญ้าหวานก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงแต่อย่างใด เพราะได้มีการวิจัยแล้วกับหนูทดลองถึง 3 ชั่วอายุ ก็ไม่พบว่าจะมีหนูในรุ่นใดที่มีการกลายพันธุ์หรือมีปัญหาใดๆ ขณะที่ในประเทศญี่ปุ่นก็มีการใช้หญ้าหวานมายาวนานถึง 17 ปี และมีรายงานการแพทย์ของอิเคดะ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ซึ่งได้รายงานรับรองไว้ในเอกสารทางการแพทย์ว่า ไม่พบแนวโน้มความเป็นพิษในหญ้าหวานแต่อย่างใด นอกจากนี้ อาจารย์วีรสิงห์ เมืองมั่น จาก รพ.รามาธิบดี ก็ยังได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับหญ้าหวานว่าควรกินปริมาณเท่าใดจึงจะปลอดภัย คือ ประมาณ 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย หรือสูงสุดกินได้ถึง 7.9 กรัม/วัน ซึ่งสูงมากเปรียบได้กับกินผสมกาแฟหรือเครื่องดื่มได้ถึง 73 ถ้วย/วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้สำหรับคนส่วนใหญ่ที่ดื่มกาแฟประมาณวันละ 2-3 ถ้วยเท่านั้น ทั้งนี้ ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้หญ้าหวานเป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องกำหนดรายชื่อพืชหรือส่วนของพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ดังนั้นหญ้าหวานนั้นมีประโยชน์และสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์มาก และใครที่กำลังหนักใจเพราะตัวเองชอบรสหวานแต่ก็กลัวอ้วนละก็ ลองหาหญ้าหวานมาใส่แทนน้ำตาลดูนะ รับรองว่าได้ผลดีแน่นอนจ้า

สรรพคุณหญ้าหวาน กับประโยชน์ทางยา

สรรพคุณหญ้าหวาน กับประโยชน์ทางยา หญ้าหวานถึงแม้จะเป็นสมุนไพรที่ไม่ได้ให้พลังงานกับร่างกายเหมือนพืชสมุนไพรชนิดอื่น ๆ แต่หญ้าหวานก็มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะช่วยลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและโรคอ้วนได้ แถมยังช่วยสมานแผลทั้งภายนอกและภายใน ทำให้แผลหายไวขึ้นได้ รวมทั้งทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น ใครที่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงละก็ลองดื่มเครื่องดื่มที่ผสมหญ้าหวานก็จะช่วยให้มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นด้วยล่ะ และด้วยความที่หญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่มีพลังงานนี่ล่ะ จึงมีการนำไปใช้ในการลดความอ้วนกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะใช้ผสมดื่ม หรือไปผลิตเป็นอาหารเสริม หญ้าหวาน สมุนไพรพิชิตเบาหวาน แม้ว่าหญ้าหวานจะเป็นสมุนไพรที่ให้ความหวานได้มากกว่าน้ำตาล 300 เท่า แต่ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์เพราะระดับความหวานเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น แถมยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงตับอ่อนได้อีกต่างหาก ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานไม่ต้องกลัวถึงผลข้างเคียงของหญ้าหวานกันแล้วล่ะค่ะ สามารถบริโภคหญ้าหวานได้อย่างแน่นอนค่ะ ประโยชน์หญ้าหวาน สิ่งดี ๆ ไม่ควรมองข้าม นอกจากความหวานแล้ว หญ้าหวานยังมีความทนทานต่อกรดและความร้อน และไม่ถูกย่อยสลายด้วยสารจุลินทรีย์ เมื่อใช้หญ้าหวานกับอาหารหรือเครื่องดื่มจึงไม่ทำให้เกิดการเน่าเสีย  ซึ่งก็ทำให้ถูกนำไปใช้ในการผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดอย่างเช่น น้ำอัดลม น้ำชาเขียว เบเกอรี่ แยม เยลลี่ ไอศกรีม ฯลฯ  

หญ้าหวาน สมุนไพรใช้แทนน้ำตาล

ต้นหญ้าหวานเป็นที่นิยมในประเทศทางฝั่งซีกโลกตะวันตกมานานหลายปี และนิยมบริโภคกันมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่ต้นหญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติสามารถให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายถึง 200-300 เท่า แต่ไม่ให้พลังงาน เพราะไม่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต ที่ร่างกายสามารถใช้เป็นพลังงานได้ จึงปราศจากแคลอรี่ ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง แต่กลับช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคอ้วน และโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะช่วยลดไขมันในร่างกายและในเส้นเลือด ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังกล่าวเสริมว่า สารสกัดจากต้นหญ้าหวานมีความปลอดภัยในทุกๆ กรณี โดยค่าสูงสุดที่กินได้อย่างปลอดภัยคือ 7,938 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงมาก เทียบเท่ากับการผสมในเครื่องดื่มหรือกาแฟถึง 73 ถ้วยต่อวัน โดยปรกติคนส่วนใหญ่ดื่มกาแฟกันประมาณ 2-3 ถ้วยเท่านั้น ซึ่งการใช้ต้นหญ้าหวานอย่างปลอดภัย คือ ประมาณ 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่หวานมากจนเกินไป สารสกัดจากต้นหญ้าหวานนี้ สามารถใช้บริโภคแทนน้ำตาลได้ และสามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนให้สารสกัดธรรมชาติจากต้นหญ้าหวาน อย่างสารสตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) หรือ สตีเวีย (Stevia) สามารถบริโภคแทนน้ำตาลได้ เพราะมีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตราย หรือมีผลข้างเคียงใดๆ และนอกจากจะให้ความหวานจากธรรมชาติแล้ว ยังปราศจากแคลอรี่อีกด้วย  

เบาหวาน โรคเรื้อรัง อันตราย!

โรคเบาหวาน (Diabetes) หนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable diseases: NCDs) ที่คนส่วนใหญ่ละเลย เพราะคิดว่าไม่เป็นอันตราย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว โรคเบาหวานสามารถเกิดได้ทุกเพศ ทุกวัย เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เมื่อเป็นโรคเบาหวานหากไม่สามารถควบคุมโรคให้ดี จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย เช่น เกิดโรคแทรกซ้อน ได้แก่ โรคหัวใจเส้นประสาทถูกทำลาย หรือภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะเลือดเป็นกรดด้วยคีโตนจากเบาหวาน (DKA) บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากโรคเบาหวานได้ โรคเบาหวานคืออะไร? โรคเบาหวาน เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือผลิตได้ไม่เพียงพอ ซึ่งอินซูลินมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เมื่อไม่สามารถนำไปใช้ได้ น้ำตาลคลูโคสจึงเกิดการสะสมอยู่ในเลือดเป็นปริมาณสูง ส่งผลเสียต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นโรคเบาหวานนั่นเอง โรคเบาหวานมักไม่แสดงอาการเตือนให้เห็น จนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น และเมื่อผู้ป่วยไปตรวจโรคแทรกซ้อน จึงค้นพบโรคเบาหวานโดยบังเอิญ ปัจจุบันสามารถตรวจภาวะก่อนเป็นเบาหวานได้ ด้วยการตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด และตรวจระดับน้ำตาลสะสม วิธีป้องกันโรคเบาหวาน การป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องยาก แค่เริ่มจากการป้องกันที่ต้นเหตุ ก็สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากขึ้น โดยสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องให้ได้อย่างน้อยครั้งละ 30 […]

หญ้าหวานคืออะไร?

หญ้าหวาน หรือสตีเวีย (Stevia) พืชสมุนไพรทางเลือกใหม่สำหรับใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาล และกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะเชื่อว่ารับประทานแล้วไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งยังให้รสชาติหวานเหมือนกัน หญ้าหวานดีกว่าน้ำตาลอย่างไร มีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่ วันนี้ HonestDocs จะมาไขข้อข้องใจให้เหล่าคนรักสุขภาพกัน หญ้าหวานคืออะไร? หญ้าหวานเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana ลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย คล้ายต้นโหระพา มีดอกเป็นช่อสีขาว ความสูงประมาณ 30-90 ซม. มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศบราซิลและปารากวัย ต่อมาในประเทศไทยได้เริ่มนำพืชชนิดนี้มาปลูกในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น เหมาะแก่การเจริญเติบโตของหญ้าหวาน การใช้หญ้าหวานเริ่มจากการนำมาสกัดเพื่อใช้ผสมในเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ และอาหารชนิดต่างๆ เช่น เต้าเจี้ยว ซีอิ้ว ผักดอง เนื้อปลาบด เป็นต้น โดยมีคุณสมบัติให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า ส่วนสารสตีวิโอไซด์ที่สกัดได้จากหญ้าหวานนั้น มีความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่า และยังเป็นความหวานที่ไม่ให้พลังงานอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงนิยมนำหญ้าหวานมาใช้ทดแทนความหวานของน้ำตาลนั่นเอง ประโยชน์ของหญ้าหวาน หญ้าหวานไม่มีแคลอรี่ หรือหากมีก็มีน้อยมาก ในขณะที่น้ำตาลเพียง 2 ช้อนชา จะให้พลังงานถึง 30 แคลอรี่ และคาร์โบไฮเดรต 8 กรัม จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก […]

ประโยชน์ของลิ้นจี่ ยาโบราณแก้หวัดดี สารสกัดมีฤทธิ์ปกป้องตับได้

ประโยชน์ของลิ้นจี่ ยาโบราณแก้หวัดดี สารสกัดมีฤทธิ์ปกป้องตับได้ ในอดีตมนุษย์เรารู้จักสรรพคุณของ “ลิ้นจี่” กันเป็นอย่างดีว่า สามารถช่วยดูแลและปกป้องสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยลิ้นจี่นั้นมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน และคนจีนส่วนใหญ่ก็นิยมกินกันมากเพราะนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังมีรสชาติที่หวานอร่อยด้วย สรรพคุณของ “ลิ้นจี่” ตามตำรายาจีนตั้งแต่โบราณ หากพบว่ามีอาการของโรคหวัดก็จะใช้ผลไม้อย่างลิ้นจี่มาเป็นตัวช่วยแก้อยู่เสมอ และยังมีสรรพคุณแก้อาการติดเชื้อในลำคอหรือโรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ช่วยเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดบวมตามร่างกาย โดยอาจใช้เปลือกผลและเมล็ดของลิ้นจี่มาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นแล้วทำเป็นยาไว้กิน นอกจากนี้ก็มีวิตามินซีในปริมาณสูงซึ่งมีอยู่ในเนื้อของลิ้นจี่นั่นเอง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ใครๆ ก็ต้องการ เพราะในยุคสมัยนี้มีมลพิษรอบตัวเยอะมากๆ และก็ยังไม่หมดเพราะลิ้นจี่มีไขมันที่สำคัญๆ ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดีทีเดียว อาทิ กรดปาล์มิติก กรดลิโนเลอิก และกรดโอเลอิก และในปัจจุบันทางการแพทย์ได้เล็งเห็นถึงสรรพคุณทางยาจากลิ้นจี่ จึงมีการทำงานวิจัยเกี่ยวกับลิ้นจี่มากมายซึ่งพบว่า สารสกัดจากส่วนต่างๆ ของลิ้นจี่มีคุณค่าในการช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง มีประโยชน์ต่อคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งมาก นอกจากนี้มีการค้นพบที่น่าสนใจอีกว่า สารสกัดจากลิ้นจี่มีฤทธิ์ช่วยปกป้องตับ ทำให้การทำงานของตับเป็นปกติดี  ลิ้นจี่ และ ประโยชน์ในการรักษาโรค ลิ้นจี่มีสรรพคุณทางยาในการแก้โรคหวัดได้สูง และบรรเทาอาการคัดจมูกได้ดี เพราะลิ้นจี่ถือว่าเป็นแหล่งรวมของเหล่าสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดนั่นเอง ลิ้นจี่มีฤทธิ์ที่สามารถต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งเต้านม เนื่องจากสารฟลาโวนอยด์ ฟลาโวนส์ เคอซิทิน และเคมเฟอรัล ที่มีมากในเนื้อและเปลือกของลิ้นจี่จะช่วยจัดการกับเหล่าเซลล์มะเร็งร้ายได้อย่างดี ลิ้นจี่มีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องตับจากสารพิษได้ ซึ่งมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยระบุว่า สารสกัดจากเปลือก เนื้อใน และเมล็ดของลิ้นจี่มีฤทธิ์ในการช่วยดูแลตับและป้องกันการเกิดโรคตับ ลิ้นจี่ช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวีและสารพิษต่างๆ […]

1 2 3 7