ลิ้นจี่ สรรพคุณและประโยชน์ ไม่ธรรมดา ช่วยต้านมะเร็งเต้านม!!!

ลิ้นจี่ สรรพคุณและประโยชน์ ไม่ธรรมดา ช่วยต้านมะเร็งเต้านม!!! เนื้อลิ้นจี่และเปลือกลิ้นจี่มีสารฟลาโวนอยด์หลายชนิด งานวิจัยจากประเทศจีน 2 ชิ้นพบว่าส่วนเพอริคาร์พ (เปลือกและเมล็ด) ของลิ้นจี่มีสารกลุ่มฟลาโวนอลที่สำคัญ อีพิคาเทชิน และ แอนโทไซยานิน สารเหล่านี้แสดงฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นที่ดี มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ มีรายงานว่าสารสกัดเพอริคาร์พของลิ้นจี่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านม ทั้งในห้องทดลองและในสัตว์ทดลอง โดยยับยั้งการขยายจำนวนเซลล์ การควบคุมการสื่อสารระหว่างเซลล์มะเร็ง การสร้าง mRNA และเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งดังกล่าวแบบอะป๊อบโทซิสในระดับยีน และยับยั้งผลต่อเนื่องในการแทรกตัว การยึดเกาะพื้นผิวของเซลล์มะเร็ง พบว่าขนาดของก้อนมะเร็งเต้านมในหนูทดลองลดลงร้อยละ 41 เมื่อได้รับสารสกัดเอทานอล ของเพอริคาร์พของลิ้นจี่ ปัจจุบันลิ้นจี่อยู่ในระหว่างการพิจารณาผลิตเป็นอาหารเสริมให้กับผู้ป่วยมะเร็ง งานวิจัยจากประเทศจีนรายงานว่า สารสกัดจากลิ้นจี่ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน และยังรายงานจากสหรัฐอเมริกาพบว่าสารสกัดลิ้นจี่สามารถลดขนาดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง ทดลองด้วยตัวคุณเองวันนี้ง่ายๆ กับชาลิ้นจี่ ออกแกนิกจากสวนในเวียง ไม่ต้องรอจนเจ็บป่วย ก็ดื่มได้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณและคนที่คุณรัก ✅ ได้รับมาตราฐาน อย. ✅ สั่งมากสั่งน้อยจัดส่ง 80บาท ราคาเดียวทั่วไทย ✅ ติดตามรายละเอียด สั่งซื้อได้ที่ 👇🏻 WEBSITE : www.inwiangvalley.com Line : […]

“เมล็ดลำไย” แก้เข่าอักเสบเรื้อรังได้

“เมล็ดลำไย” แก้เข่าอักเสบเรื้อรังได้ ใครที่มีอาการหัวเข่าอักเสบเรื้อรังเนื่องจากเดินมากเกินไปหรือหัวเข่าไปกระแทกกับของแข็งอะพย่างรุนแรงทำให้เจ็บและปวดหัวเข่าเดินไม่ได้หรือเดินลำบาก แต่ไม่ได้เกิดจากหัวเข่าเสื่อมให้เอา “เมล็ดลำไย” จำนวน 20 เมล็ด ทุบพอแตกแช่กับเหล้าขาว 40 ดีกรี จำนวน 1 ขวด แช่ทิ้งไว้ 7 วันเมื่อครบกำหนด แล้วเอาเฉพาะน้ำทาบริเวณหัวเข่าอักเสบจากสาเหตุที่กล่าวข้างต้นทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ตอนไหนก็ได้ จะทำให้อาการดีขึ้นและหายได้ ที่สำคัญอาการหัวเข่าอักเสบแบบเรื้อรังสามารถทาได้ผลดีอย่างเหลือเชื่อ หรือง่ายๆ ก็แค่ชงชาลำไยสวนในเวียง ที่ผ่านกรรมวิธีและมีสรรพคุณในการรักษาข้อเข่าได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้สวนในเวียงได้ทำการวิจัยต่อยอดโดยทำ Clinical Trial ทดสอบกับอาสาสมัครผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมในโรงพยาบาล ม.สุรนารี และได้ผลการทดสอบทั้งในหนูทดลอง และผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม พบว่าหลังการดื่มเครื่องดื่มลำไยอินทรีย์เป็นเวลา 2 เดือน ผลตรวจเลือดของผู้ป่วยวัดค่าการอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ, ผลตรวจเลือด, ตับ, ไต ไม่สิ่งผิดปรกติ หรือสารตกค้างใดๆในร่างกาย จึงมีเชื่อได้ถึงความปลอดภัยในการรับประทาน ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม/สอบถาม/สั่งซื้อชาลำไยได้ที่ Line : https://bit.ly/2mLpi6O FB : www.facebook.com/inwiangvalle

เกาต์ VS รูมาตอยด์ สังเกตให้เป็นรับมือได้ถูก

เกาต์ VS รูมาตอยด์ สังเกตให้เป็นรับมือได้ถูก   โรคเกาต์และโรครูมาตอยด์เป็นโรคข้อที่พบมากในคนไทย ซึ่งส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก การแยกความเจ็บป่วยของทั้งสองโรคไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นการรู้ถึงความต่างของอาการระหว่างโรคเกาต์และโรครูมาตอยด์จะช่วยให้รับมือได้ทันและดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี ความต่างของเกาต์ VS รูมาตอยด์ เกาต์ รูมาตอยด์ เกิดจากการที่ร่างกายสะสมกรดยูริก (Uric Acid) มากเกินไป และไม่สามารถขับกรดยูริกส่วนเกินออกได้ จึงตกผลึกตามข้อและอวัยวะต่าง ๆ เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบภูมิต้านทานอย่างหนึ่ง ที่ไปทำลายและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อและกระดูกรอบข้อ ปวดส่วนล่างของร่างกาย โดยเฉพาะข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้า นิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ปวดได้ทุกจุดของร่างกาย ทั้งข้อนิ้วมือ ข้อไหล่ ข้อนิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อศอก ปวดข้อเดียวไม่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันหลายข้อ ปวดหลาย ๆ ข้อพร้อมกัน ปวดข้างใดข้างหนึ่ง ปวด 2 ข้างพร้อมกัน มีปุ่มกระดูกปรากฏที่ข้อ มีการผิดรูปของข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อนิ้วเท้า ปวดได้ทุกช่วงเวลา ปวดข้อมากที่สุดช่วงตื่นนอน โดยเฉพาะอากาศเย็น ถ้าข้ออักเสบรุนแรงแล้วไปประคบร้อนจะอักเสบเพิ่มขึ้น การประคบเย็นทำให้ข้อที่เป็นปวดมากขึ้น […]

ลิ้นจี่ ยาจีนแผนโบราณ

สรรพคุณทางยา ของลิ้นจี่ ตามที่ใช้ในประเทศจีนเป็นส่วนใหญ่ นับมาแต่โบราณ ชาวจีนนั้นกินลิ้นจี่เป็นยาบำรุง แก้อาการไอเรื้อรัง แก้อาการคัดจมูก รักษาอาการท้องเดิน   ลดกรดในกระเพาะอาหาร และบรรเทาอาการไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะเปลือกลิ้นจี่ที่นำมาชงดื่มเพื่อบรรเทาอาการหวัด แก้การติดเชื้อในลำคอ อาการท้องเสียอย่างอ่อน และโรคจากการติดเชื้อไวรัส ตำรายาจีนกล่าวเฉพาะเมล็ดลิ้นจี่ ว่ามีรสหวาน ขมเล็กน้อย สรรพคุณอุ่น ทำให้พลังชี่ขับเคลื่อน ลดอาการปวด ใช้กรณีปวดท้อง ปวดไส้เลื่อน ปวดบวมของอัณฑะ ใช้ขนาด 5-10 กรัม  งานวิจัยเปลือก ของผลลิ้นจี่มีสารกลุ่มฟลาโวนอลที่สำคัญคือ โพรไซยาไนดินบี 4 ไพรไซยา- ไนดินบี 2  และอีพิคาเทชิน ส่วนที่สำคัญคือ ไซยาไนดิน – 3 –  รูตินโนไซด์ ไซยาไนดิน- 3 กลูโคไซด์ เควอเซทิน – 3 – รูติโนไซด์ และเควอเซทิน – 3 – กลูโคไซด์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง และสารสกัดเปลือกยัง มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์ […]

แอปเปิ้ล แต่ละสี ให้ประโยชน์ต่างกันอย่างไร?

แน่นอนเลยว่า แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดฮิตที่สาวๆ นิยมรับประทาน เป็นที่รู้กันดีว่ามีประโยชน์ช่วยให้มีรูปร่าง และผิวพรรณที่ดี หากสาวๆ สังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าแอปเปิ้ลมีหลายสี รู้มั้ยคะแต่ละสีให้ประโยชน์ และคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป ประโยชน์โดยรวมของแอปเปิ้ล มีทั้งวิตามิน และแร่ธาตุที่หลากหลาย และจำเป็นต่อร่างกาย อาทิ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินเอ กรดโฟลิก วิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี และเหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีหลายสีด้วยนะคะ นอกจา่กประโยชน์เรื่องการเหมาะทานเพื่อควบคุมน้ำหนัก และบำรุงผิวพรรณแล้ว จริงๆ แล้วแอปเปิ้ลแต่ละสีมีประโยชน์ที่ดีแตกต่างกันออกไปด้วยนะคะ จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย แอปเปิ้ลสีแดงเข้ม มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเยอะที่สุด และมีวิตามินซีสูงถึง 1500 มิลลิกรัม ทานเป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวของดูเต่งตึง ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย ทำให้ผิวสวยอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้ยังมีส่วยช่วยในเรื่องของความจำได้ด้วย ด้านการรักษาโรคช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจคุณค่าทางโภชนาการ แอปเปิ้ลสีแดง มีพลังงาน 59 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.33 […]

โรคไขมันพอกตับ คุณมีความเสี่ยงหรือไม่?

รู้หรือไม่? คุณเองก็อาจมีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับ เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง หรือการปาร์ตี้สังสรรค์ที่ต้องมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซ้ำร้ายยังไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย จึงไม่แปลกที่อัตราการเกิดโรคไขมันพอกตับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโรคไขมันพอกตับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนแม้ในเด็กวัยรุ่น แต่จะมีโอกาสเกิดมากขึ้นเมื่ออายุประมาณ 45 ถึง 50 ปีขึ้นไป เพราะอัตราการเผาผลาญอาหารเริ่มลดลง รู้หรือไม่? คุณอาจมีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเชียงใหม่ ได้ใหห้ข้อมูลว่า โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) เป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการ เกิดจากการที่ร่างกายได้รับไขมันเกินความต้องการ จนไขมันไปสะสมอยู่ในเซลล์ตับ ซึ่งตับคืออวัยวะสำคัญ ที่แค่เกิดความผิดปกติเพราะไขมันพอกสะสมเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลร้ายกลายเป็น ภาวะตับวาย และ มะเร็งตับ หรืออาจไปเพิ่มความรุนแรงทำให้โรคเรื้อรัง หลายๆ โรค ได้ผลการรักษาที่ไม่ดี เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดัน โลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ เกาต์ นิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น ใครบ้างที่สุ่มเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้เป็นโรคอ้วน น้ำหนักตัวมาก เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้เป็นโรคเบาหวาน เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้เป็นโรคไขมันในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้ที่รับประทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป เช่น ดื่มชาเขียวที่มีรสหวานแทนน้ำ เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ ผู้ที่รับประทานยาและอาหารเสริมอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ […]

“จิงจูฉ่าย” สมุนไพรมีประโยชน์ที่หลายคนยังไม่รู้!

“จิงจูฉ่าย” สมุนไพรมีประโยชน์ที่หลายคนยังไม่รู้! สมุนไพรดีมีประโยชน์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้!! แม้จะเคยผ่านลิ้นมาบ้างในต้มเลือดหมูเพราะบางร้านนิยมใส่แทนใบตำลึงหรือผักกาดหอม เนื่องจากจิงจูฉ่ายมีกลิ่นหอมจึงใช้ดับกลิ่นคาวของเครื่องในได้ดี แต่รู้มั้ยว่าสมุนไพรเชื้อสายจีนชนิดนี้ยังมีสิ่งดีๆ ให้เราอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น… 1.ปรับสมดุลในร่างกาย จิงจูฉ่ายเป็นสมุนไพรที่นิยมมากของชาวจีน เพราะมีคุณสมบัติเป็นหยินหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น หากกินจิงจูฉ่ายในช่วงหน้าหนาวจะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย แก้พิษไข้ ลดอาการร้อนใน อีกทั้งยังช่วยบำรุงปอดและฟอกเลือดด้วย 2.ช่วยเรื่องความดัน น้ำมันหอมระเหยในลำต้นและใบของจิงจูฉ่ายมีสารไลโมนีน ซิลนีน และสารไกลโคไซด์ มีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลความดันเลือด ทำให้เส้นเลือดขยายตัวและเลือดไหลเวียนได้สะดวก ใครที่มีปัญหาเรื่องความดันหรือสตรีที่เลือดลมไม่ปกติ ลองกินจิงจูฉ่ายอาจจะช่วยปรับความดันเลือดให้คงที่ได้ 3.ตัวช่วยคนช่างกิน เพราะจิงจูฉ่ายมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยลดอาการจุกเสียด แน่นเฟ้อ เพราะอาหารไม่ย่อยจากมื้ออาหารแบบจัดหนักได้ 4.ต้านมะเร็งร้าย จากวิจัยที่นำใบจิงจูฉ่ายประมาณ 1 กำมือ มาปั่นหรือตำคั้นน้ำเพื่อรับประทานเช้า-เย็นก่อนมื้ออาหารสัก 1 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลา 2–3 เดือน ว่ากันว่าจะสามารถช่วยต้านทานต่อเซลล์มะเร็งได้ แต่ยังไงก็ต้องดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และเลือกกินอาหารที่ดีด้วย 5.สรรพคุณทางยาอื่นๆ ที่น่าสนใจ ว่ากันว่าจิงจูฉ่ายมีสรรพคุณช่วยขับพิษ แก้อาการอักเสบของผิวหนัง ช่วยลดอาการผดผื่นคัน นอกจากนี้ยังเป็นพืชที่มีโซเดียมต่ำเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคไต และยังช่วยในการฆ่าไวรัส เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคมาลาเรียได้อีกทาง 6.ปรุงคาวก็ได้ ปรุงหวานก็ดี ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าเจ้าผักสมุนไพรชนิดนี้ใช้ทำอาหารได้สารพัด ตั้งแต่ต้มจืด ผัดผัก แกงเผ็ด […]

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) 

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) เป็นโรคของข้อต่อที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างกระดูก โดยจัดเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune disease) ที่มีลักษณะเฉพาะคือมีการอักเสบรุนแรงของข้อโดยเฉพาะข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้ข้อถูกทำลายและเกิดความพิการตามมาได้ ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แต่พบว่ามีส่วนสัมพันธ์กับโรคภูมิต้านตนเอง (autoimmune diseases) หรือการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำร้ายเนื้อเยื่อตนเองจนทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีน้ำเพิ่มขึ้นในช่องข้อ ส่วนปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การถ่ายทอดทางพันธุกรรม และการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์พบได้บ่อยในสองช่วงอายุ คือ ช่วงอายุ 20-30 ปี และ 50-60 ปี โดยพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในช่วงอายุน้อย แต่ในช่วงอายุมาก พบได้ทั้ง 2 เพศเท่าๆกัน อาการโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อโดยเฉพาะข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า ส่วนข้อใหญ่ๆ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพกพบได้น้อยกว่า ซึ่งการปวดนี้จะแตกต่างจากการปวดจากการใช้งานที่มักปวดเมื่อมีการใช้ข้อมากกว่าปกติ แต่การปวดจากข้ออักเสบมักจะปวดในขณะไม่ได้ใช้งานข้อ เช่น ปวดกลางดึก ปวดตอนเช้าหลังจากตื่นนอน  หรือขณะพักผ่อน โดยปวดเป็นเวลานานแม้รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการดีขึ้นแต่ก็ไม่หายขาด โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นี้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ข้อจะถูกทำลายจนผุกร่อนและเสียความสมดุล ทำให้เสียสมดุลของกล้ามเนื้อที่ล้อมรอบดึงรั้งข้อจนเกิดความพิการได้ การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ แนวทางการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์คือทำให้โรคสงบ […]

ปวดข้อเท้าด้านนอก… อาการที่นักวิ่งไม่ควรมองข้าม!

ปวดข้อเท้าด้านนอก… อาการที่นักวิ่งไม่ควรมองข้าม! อาการปวดข้อเท้าด้านนอก ที่เกิดอาการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าเป็นเวลานาน จะทำให้ความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเท้าต่ำลง ทำให้เกิดข้อเท้าพลิกขณะวิ่งได้ การเปลี่ยนการลงเท้าเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าด้านนอก หากมีอาการเจ็บบริเวณข้อเท้า การวิ่งลงส้นเท้าเล็กน้อยจะช่วยลดแรงกระทำบริเวณข้อเท้าลงได้โดยไม่ต้องหยุดวิ่ง อาการเจ็บข้อเท้าด้านนอก อาจไม่ได้พบบ่อยมากในนักวิ่งเมื่อเทียบกับอาการปวดเข่า หรือปวดส้นเท้า แต่สำหรับใครที่เคยเป็น คงพอจะทราบว่ามันไม่ง่ายที่จะรักษาให้หาย ถึงแม้ไม่ได้เจ็บถึงขั้นทำให้วิ่งไม่ไหว แต่ก็ไม่ยอมหายสนิทเสียที นอกจากนี้ อาการเจ็บข้อเท้าด้านนอกยังอาจเกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บอื่นที่หนักหน่วงถึงขั้นต้องหยุดวิ่งเพื่อรักษาการบาดเจ็บให้หายดีด้วย อาทิเช่น ข้อเท้าพลิก เป็นต้น งานวิจัยของ Pejman Zia เก็บข้อมูลจากนักวิ่งที่มีปัญหาข้อเท้าพลิก ซึ่งมีอาการปวดข้อเท้าด้านนอกมาอยู่ก่อนแล้วจำนวน 58 คน จากการซักถามประวัติพบว่า มีจำนวนนักวิ่งถึง 48 คนที่มีอาการเข้าได้กับ “อาการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าด้านนอก (Peroneal Tendonitis)” และเมื่อได้ทำการตรวจด้วยเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ก็พบว่า 55 คนจาก 58 คน (คิดเป็น 95%) มีอาการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อเท้าด้านนอก (Peroneal Tendonitis) อยู่ด้วย โดยเส้นเอ็นบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนปลายของกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณขาด้านนอก (Peroneus Longus และ Brevis) ซึ่งจากข้อมูลที่ค้นพบนี้ แสดงให้เห็นว่าอาการปวดข้อเท้าด้านนอกนั้นสัมพันธ์กับการเกิดข้อเท้าพลิกอย่างมาก […]

สรรพคุณของจิงจูฉ่าย

สรรพคุณของจิงจูฉ่าย จิงจูฉ่าย 100 กรัมให้พลังงาน 392 กิโลแคลอรี่ประกอบด้วยสารอาหารนานาชนิด ได้แก่โปรตีน, ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต, เส้นใย, แคลเซียม, เหล็ก, ฟอสฟอรัส, วิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินซี และวิตามินอี จิงจูฉ่ายกับงานวิจัยโรคมะเร็ง โดย มหาวิทยาลัยมหิดล จิงจูฉ่าย ผสมน้ำสะอาด 1-2 แก้ว ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำดื่มวันละแก้ว ควรรับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนอาหารหรืออย่างน้อยสองชั่วโมงหลังอาหารเพื่อความรวดเร็วของการเข้าถึงเซลล์และป้องกันการปะปนกับสารอื่นๆซึ่งอาจทำให้ฤทธิสาร ดังกล่าวลดลง จะช่วยป้องกันมะเร็งได้ และด้วยสารที่มีในต้นจิงจูฉ่าย จะช่วยให้ร่างกายและการรักษาโรคมะเร็งดีขึ้น จิงจูฉ่าย Artemisia Lactiflora ‘Guizhou’ (White Mugwort’Guizhou) หรือโกฐจุฬาลำพา’กุ้ยโจว’ เป็นสมุนไพรตระกูลเดียวกันกับ A.annua L., A.Vesstita และ A.Agryi ซึ่งมีสารสำคัญมากมาย ได้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่ารักษาโรคมาลาเรียได้ซึ่งเชื้อโรคนี้คล้ายๆกับ เซลล์ของโรคมะเร็งคือจะมีจำนวนธาตุเหล็กสูงกว่าเซลปกติ 5-1,000เท่า สารสำคัญมีหลายอย่าง สารบางตัวทำงานโดยอิสระ และบางตัวทำงานร่วมกับตัวอื่นๆ ผลวิจัยของ ดร. ไลล์ แสดงถึง สารชิงเฮาซู […]

1 2 3 4 7